Warning: session_start() [function.session-start]: open(temp/sess_ee7d592a2c15a52b8a5f733a691891e9, O_RDWR) failed: Disc quota exceeded (69) in /home/srisurang/domains/srisurang.com/public_html/inc/config.php on line 26

Warning: session_start() [function.session-start]: Cannot send session cookie - headers already sent by (output started at /home/srisurang/domains/srisurang.com/public_html/inc/config.php:26) in /home/srisurang/domains/srisurang.com/public_html/inc/config.php on line 26

Warning: session_start() [function.session-start]: Cannot send session cache limiter - headers already sent (output started at /home/srisurang/domains/srisurang.com/public_html/inc/config.php:26) in /home/srisurang/domains/srisurang.com/public_html/inc/config.php on line 26
Srisurang.com



   

สวัสดีค่ะ

ยินดีต้อนรับสู่บ้านของศรีสุรางค์ค่ะ

15 มกราคม 2550

 

ประกาศ

ตอนนี้ขอปิดเว็บนี้ชั่วคราวนะคะ

หากใครสนใจอ่านบทความใหม่ๆ ของศรีสุรางค์

ขอเชิญที่ http://srisurang.bloggang.com/ ค่ะ

 

 

 

28 ตุลาคม 2549

     เคยเป็นกันมั้ยคะ ตู้หนังสือชื้น ขึ้นรา

     ปัญหาที่มักจะมากับหน้าฝนทุกๆ ครั้ง หนังสือเก่าๆ ที่เราเก็บไว้ในตู้จะชื้น ยิ่งห้องที่ไม่ค่อยได้เปิดแอร์ละก็ ราขึ้นเอาง่ายๆ

     ที่บ้านมีหนังสือเยอะค่ะ ตามตู้กระจก ตู้โชว์ที่ตอนแรกตั้งใจจะเอาไว้ใส่ของสวยๆ งามๆ บัดนี้กาลเวลาค่อยๆ ผ่านไป ของสวยงามทั้งหลายก็ค่อยๆ หายไป มีหนังสือเขยิบเข้าไปกินพื้นที่แทนจนเต็มไปทีละตู้ และเริ่มลามมาตามชั้นต่างๆ โต๊ะวางของ โต๊ะทำงาน และทุกๆ ซอกมุมที่มีที่ว่าง

     หนังสือตามชั้นที่เปิดโล่ง หรือตามโต๊ะต่างๆ นั้นไม่ค่อยมีปัญหาความชื้น นอกจากฝุ่น ซึ่งก็เช็ดทำความสะอาดได้ แต่ปัญหาของหนังสือตามชั้นที่เปิดโล่ง ก็คือมักจะเก่าเร็ว  ในกรุงเทพฯ นี้อากาศมีแต่ฝุ่น ถ้าเปิดหน้าต่างรับสายลมทุกวัน หนังสือก็จะเก่า เหลือง ด้วยความรวดเร็ว

     ดังนั้น หนังสือที่รักที่หวง ก็จะเก็บใส่ตู้กระจก หรือตู้ทึบ ปิดสนิทกันฝุ่น ได้ผลดีคือไม่เสียแรงงานในการเช็ดถูประจำมากนัก เก็บเป็นปีก็ไม่มีฝุ่นจับ แต่หน้าฝนนี่สิ T T 

     เวลาฝนตกติดต่อกันหลายวัน ในตู้เหล่านี้จะชื้นมาก บางทีหนังสือจะเริ่มเหนียวๆ แล้วถ้าเราลืมไป ไม่เปิดดูจนพ้นหน้าฝน เปิดมาอีกที หนังสือเล่มโปรดก็เหลือง ขึ้นราซะแล้ว ฮือๆ เล่มนึงไม่ใช่ถูกๆ นะคะ

     ตอนนี้ มีวิธีแก้ไขความชื้นที่ว่าแล้ว ได้ผลดีด้วยค่ะ คือใช้ไอ้นี่...

     กล่องดูดความชื้นค่ะ  เมื่อก่อนจะหาซื้อยาก แพงด้วย เดี๋ยวนี้ กล่องละ หกสิบบาท กล่องใหญ่มากจุน้ำได้เต็มเลย ใช้กล่องละปีน้ำถึงเต็ม ค่อยเปลี่ยนใหม่ คุ้มสุดคุ้มค่ะ  นำไปวางไว้ในตู้หนังสือที่ปิดสนิทของเรา ตู้ละกล่องเท่านั้น มันจะดูดความชื้นจากอากาศและหนังสือในตู้มาเก็บไว้ในกล่อง เป็นน้ำเห็นๆ เลย...

     แล้วหนังสือที่เคยปกเหนียวด้วยความชื้นของเรา ก็แห้งสบาย เหมือนไม่ใช่หน้าฝนเลยค่ะ

     (หาซื้อได้ง่ายตามซูเปอร์มาเก็ต หรือห้างต่างๆ แต่อันที่ซื้อนี้จุได้มากที่สุดแถมถูกด้วย ซื้อจากร้านขายของหกสิบบาท เอ ชื้อร้านอะไรจำไม่ได้ ที่ขายของจากญี่ปุ่น ทุกอย่างราคาเดียว 60 บาทน่ะค่ะ)

     เร็วๆ นี้เพิ่งไปซื้อกล่องใหม่มาเปลี่ยนกล่องของปีที่แล้ว ซึ่งเต็มปริ่มไปด้วยน้ำ ก็เลยอยากบอกวิธีที่ตัวเองใช้รักษาหนังสือสุดรักไว้อย่างได้ผล มาบอกเผื่อแผ่กันค่ะ  ไม่งั้น ต้องได้มีโละขายทิ้งไปบ้างเพราะสภาพหนังสือ ทั้งที่บางเล่มหาซื้อไม่ได้อีกแล้ว

     แล้วก็สบายใจไปได้อีกฝนหนึ่งค่ะ ^ ^

 

13 ตุลาคม 2549

ไปบินมาแล้วค่า สนามบินสุวรรณภูมิ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เดินทางไปสมุย แสนดีใจที่จะได้ไปเที่ยวท่าอากาศยานใหม่ ถ่ายรูปมาฝากกันให้สมเป็นนักท่องเที่ยวซักหน่อยนะคะ

เคาน์เตอร์เช็คอินสวยเชียว

ภาพทั่วๆ ไป

บินตอนบ่ายโมงกว่า ก็เลยต้องไปฝากท้องที่นั่น ร้านอาหารสุดแพงค่ะ ข้าวเปล่า จานละ 15 กับข้าว จานละ 140-180 รสชาติก็โอเคอะนะ อร่อยพอไปวัดไปว่า คุณภาพวัตถุดิบดี
แต่มันน่าจะมีทางเลือกมั่ง  เอิ๊ก...คราวหน้าต้องหาร้านอื่น (ไม่รู้มีรึเปล่า) เข้าไปข้างในแล้วเค้าบอกมีร้านนี้ร้านเดียวอะ T T

วันเดินทางก็กลัวเหมือนกัน เพราะพายุช้างสารเพิ่งผ่านไปในวันจันทร์ แต่ว่า ฟ้าก็ใสดี ไปถึงสมุยอากาศดี ไม่มีลมแรงเลยค่ะ ต้นมะพร้าวข้างรันเวย์ของสนามบินสมุย นิ่งสวยสง่างาม แทบไม่ไหวใบ แต่มิรู้เพราะเหตุใด เครื่องบินส่ายซ้าย ขวา กว่าจะร่อนลง เลยตั้งข้อสันนิษฐานว่า วันนี้นักบินผู้ช่วยอาจได้ฝึกบินเพราะอากาศดีแหงๆ เลย

ไปเที่ยวทำธุระพอหอมปากหอมคอ สองวันก็กลับมาแล้วค่ะ ไม่เล่าเรื่องเที่ยวที่โน่นเพราะก็ไปที่เดิมๆ ดูงานการก่อสร้าง แล้วก็แวะไปทานร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าโปรดตรงซอยทางเข้าเฉวงใกล้โลตัส  ร้านชื่ออะไรไม่รู้ อร่อยสุดยอด เส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อเปื่อย ลูกชิ้นเนื้อแท้  เนื้อเปื่อยนุ่ม รสชาติเข้าเนื้อ เส้นคลุกน้ำมันเจียวและกากหมูกรุบๆ  สวรรค์น้อยๆ ลอยลงมาในร้านก๋วยเตี๋ยวนี่เอง

มื้ออื่นๆ ไม่ค่อยได้ไปฉายตามร้านริมทะเล เพราะตอนเย็นฝนตกทั้งสองวัน  ร้านริมหาดที่เปิดรับอากาศบริสุทธิ์ จะหนาว เปียกฝน  ถ้ามีผ้าใบกั้นก็จะกลายเป็นอับทึบ ไม่เห็นวิวอะไรเลย  เพราะฉะนั้นเราก็ทานเบอร์เกอร์คิง กับ Fuji ไม่ต่างจากกทม.เล้ย

โชคที่ที่ทั้งขาไปขากลับ ไม่มีปัญหากับกระเป๋า เพราะเรากลัวล่วงหน้า เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าหิ้วไปกับตัวทั้งหมด ไม่มีโหลดเลยค่ะ เร็วทันใจ
ชอบสนามบินใหม่ตรงการจราจร ไม่มีไปติดๆ ออๆ กันหนาๆ จะเข้าก็ไม่ได้ จะออกก็ไม่ไหว แบบเก่า(หรือว่าเราบินตอนที่คนน้อยหว่า)

แล้วก็มีจัดที่ให้แท๊กซี่กับลีมูซีน และรถบัสต่างหาก  งดงามเป็นระเบียบเรียบร้อยดี  ยามข้างหน้าแข็งขันมากๆ จอดปุ๊บ ไล่ปั๊บ เกือบวิ่งลากกระเป๋าไปที่รถไม่ทัน แต่ก็ดีจะได้ไม่มีมาจอดแช่รอกันนานๆ กันที่ผู้อื่นเค้า เหอะๆ

กลับมาถึงก็เข้าสู่โหมดปกติต่อไปค่ะ ตอนนี้พยายามอ่านหนังสือให้น้อยลง จะได้มีเวลาเขียนมากขึ้น แต่ว่าทำไม่ค่อยสำเร็จเลย
กะจะอ่านแค่อาทิตย์ละเล่มพอ เอาเวลาว่างไปทำอย่างอื่นบ้าง ปรากฏว่าพอเผลอ ก็ปาเข้าไปสี่เล่มต่อเจ็ดวันอีกแล้ว T T

 

กันยายน 2549

สวัสดีค่ะ

มาแนะนำเว็บสำหรับผู้สนใจฟังธรรมเทศนาและปฏิบัติธรรม
http://www.wimutti.net/pramote/#news

ชอบธรรมเทศนาของหลวงพ่อมากค่ะ รู้สึกว่าเข้าใจง่าย และปฏิบัติตามได้ง่าย
ก็เลยมาแนะนำให้ลองเข้าไปฟังกันค่ะ


"หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้
ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป
เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน"

ข้อความจากเว็บ

 

 

7 สิงหาคม 2549

     วันๆ ไม่รู้ทำอะไรทำไมเวลาผ่านไปเร็วจังเลยค่ะ หลังจากที่ได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านวินธัยต่อ ก็พยายามจะเขียนตอนพิเศษออกมา
     ในที่สุดก็สำเร็จจนได้ค่ะ เยๆ ได้เป็นตอนสั้นๆ ได้เขียนแล้วก็หายคิดถึงเรื่องนี้ไปได้หน่อยหนึ่ง

     หลังจากที่ไม่ได้เขียนอะไรสำนวนแบบนั้นมานานพอสมควร ก็ต้องใช้เวลารื้อฟื้นนิดหน่อยค่ะ แล้วก็รู้สึกว่าเป็นสไตล์ที่ชอบเขียนมากเลย
    
เวลาเขียนแล้วมีความสุข ทั้งๆ ที่ใช้เวลานานกว่าเขียนสำนวนธรรมดาแบบปัจจุบันมาก ร่างโครงเรื่องแล้ว เขียนรอบแรก ขัดเกลา
     พิมพ์ใส่คอมพร้อมกับเป็นการแก้ไขอีกที หาคำศัพท์มาใส่ให้สวยๆ กว่าจะเสร็จน่าจะเหนื่อยและเบื่อ เพราะใช้เวลานาน

     แต่ทำไปก็สนุกไป(อยู่คนเดียวเนี่ยแหละค่ะ) ที่จริง การทำอะไรสักอย่างแล้วตัวเรามีความสุขนี่ ได้ผลกำไรมากมายที่ไม่อาจนับเป็นตัวเงินได้จริงๆ เลยค่ะ
     
ทำแล้วสบายใจและมีความสุขกว่าทำขาย หรือทำเพื่อให้คนอื่นพอใจมากนัก เพราะว่าคงไม่อาจทำให้ทุกคนพอใจได้

     ถึงยังไงขอเขียนเพื่อให้ตัวเองมีความสุขในตอนที่เขียนก็พอ จริงไหมคะ

     ตอนนี้พิมพ์ใส่หน้ากระดาษได้สิบสามหน้า  ให้ชื่อตอนว่า นวลแก้มน้อง ลงไว้ในถนนนักเขียน คงแบ่งเป็นสองตอนจบ ใครเผอิญผ่านมาแล้วอยากอ่านก็ตามลิงก์ไปนะคะ

     ส่วนภาคสองของเรื่องวินธัยเนี่ย หนักใจมาก มีไอเดียเข้ามาในหัวสองสามอย่าง แต่ยังไม่เป็นที่พอใจพอจะเขียนได้ค่ะ คงต้องลุ้นกันต่อไป (ตัวเองลุ้นตัวเองสุดๆ เลยค่ะเนี่ย)

16 กรกฎาคม 2549

           มีข่าวมาบอกว่า ตอนนี้ลงเรื่อง พระภูริทัต เป็นตอนๆ ไว้ในถนนนักเขียน พันทิพย์ดอทคอมนะคะ ถ้าใครอยากอ่าน ก็ตามลิงก์ไปที่นี่ค่ะ พระภูริทัต 

           และในบล็อกของศรีสุรางค์ตอนนี้ สามารถอ่านเนื้อเรื่องตอนต้นของดารกากลางใจ ธาราน้ำผึ้ง และวินธัยบทที่ ๑-๑๐ ได้แล้วนะคะ ใครสนใจก็เชิญแวะไปที่ บล็อกของศรีสุรางค์ ค่ะ ^__^

10 กรกฎาคม 2549

     ไม่ได้เข้ามาอัพเว็บเสียนาน เพราะชีวิตประจำวันก็ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่  หมู่นี้ชอบฟังวิทยุคลื่น FM 89.25 สังฆทานธรรม ของวัดสังฆทานค่ะ หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ เจ้าอาวาสท่านเทศน์เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมได้ดีมากๆ เลย มีช่วงที่ท่านตอบปัญหาสดๆ ให้กับผู้ฟังที่โทรเข้าไปถามด้วย

     คลื่นนี้เป็นธรรมะตลอดเลยค่ะ เป็นธรรมบรรยายของหลวงพ่อสนองบ้าง ของพระอาจารย์ต่างๆ ธรรมบรรยายเก่าๆ ของหลวงพ่อชาก็มี สลับกับชาดก ซึ่งมีทั้งแบบเล่าเรื่อง และแบบแสดงเป็นเหมือนละครวิทยุที่เราเคยฟังเมื่อสมัยเด็กๆ ก็มี คล้ายๆ ของคณะเกศทิพย์ อะไรประมาณนั้นเลยค่ะ ฟังแล้วสงบสบายใจ ดีกว่าดูละครทีวีน้ำเน่า ข่าวการเมืองฟอนเฟะ หรือเสียเวลาไปกับกิจกรรมฟุ้งซ่านอื่นๆ เยอะ ก็เลยมาแนะนำกันค่ะ

     แต่ตอนนี้บางเขตในกรุงเทพฯ อาจรับไม่ค่อยชัดนิดหน่อยนะคะ หลวงพ่อบอกว่ากำลังตั้งเสาส่งเพิ่มที่รังสิตกับมีนบุรี ถ้าฟังวิทยุไม่ชัด ฟังทางเน็ตก็ได้ที่ http://www.sanghathan.com/ ค่ะ

     วันนี้วันพระ แอนก็ถือศีล ๘ ถือแล้วรู้สึกดีใจกับตัวเอง ที่ได้หยุดชำระจิตใจบ้าง พยายามบรรเทาความฟุ้งซ่านรำคาญใจต่างๆ หยุดพิจารณาตัวเอง พิจารณาสิ่งที่เราได้ทำไปในช่วงที่ผ่านมา และสิ่งที่คิดว่าควรจะทำต่อไป

     ตามปกติที่ดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยรู้สึกตัวว่าเราทำตัวเหลวไหล ผัดวันประกันพรุ่งเรื่องอะไรไว้บ้าง พอได้มาหยุด สงบใจ มองดู ก็เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ ได้ลงมือทำอะไรหลายๆ อย่างที่มีสาระ มีประโยชน์มากขึ้น ทั้งกับตัวเอง และผู้คนรอบๆตัวเรา แล้วก็มีผลให้เรามีความสุขมากขึ้น

     พอเรารู้จักจำกัดความต้องการพื้นฐานของตัวเราให้น้อยลงได้ เรื่องอะไรที่เคยใหญ่ๆ ก็เล็กลง รู้จัก 'พอ' มากขึ้น พอใจในสิ่งที่น้อยลงกว่าเดิม เช่นเสื้อผ้าที่เรียบๆ ไม่ปรุงแต่งบำรุงผิว ไม่ใช้เครื่องสำอาง ไม่ฟังเพลง ดูละคร ใจกลับรู้สึกสงบ ได้ความสุขจากความสงบเงียบและมักน้อย พอใจในอาหารเท่าที่ควร แค่ไม่ทานมื้อเย็นนี่ก็ทำให้คนเรามีเวลามากขึ้นอีกเยอะนะคะ

     เพราะคนเราเสียเวลาไปกับการขวนขวายหาอาหาร กินอาหาร ขวนขวายหาเสื้อผ้า เลือกเครื่องประดับ ประทินโฉม เสียเวลาดูหนังฟังเพลง ไปเยอะมาก ไม่ได้เอาเวลามาพิจารณาว่า ตัวเราก็แค่นี้ กิน ใช้ ด้วยความจำเป็นจริงๆ นั้นไม่มากเท่าไหร่ ถ้ารู้จัก 'พอ' ในปริมาณน้อย ก็ไม่ต้องเสียกำลังแรงงานและเวลาในการแสวงหามาก ไม่ต้องเบียดเบียนคนอื่น และมีเหลือ เผื่อแจกจ่ายกับคนอื่นได้อีกเยอะเลย

     วันนี้วันอาสาฬหบูชา และจะต่อด้วยเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชนจะร่วมกันทำบุญทำทาน รักษาศีล หยุดการทำบาปและเบียดเบียนผู้อื่น ก็ขอเชิญชวนทุกๆ คน ทำกุศล เพื่อเป็นพุทธบูชา และถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ผลบุญที่เราทำนั้นย่อมช่วยให้เกิดความสุข ทั้งแก่ตน และสังคมโดยรวมอีกด้วยค่ะ

     ขอให้จิตอันเป็นกุศลจงบังเกิดและสถิตอยู่ในใจทุกๆ คนค่ะ

19 มิถุนายน 2549

     วันนี้มาแนะนำหนังสือที่ประทับใจอีกเล่มหนึ่ง คือ พุทธทาสลิขิตคำกลอน เป็นหนังสือรวมบทกวีที่ท่านพุทธทาสแต่งไว้ อ่านแล้วได้ข้อคิดมากมายเลยเชียวค่ะ

     ขอยกบางบทที่ประทับใจเอามาฝากกันก็แล้วกันนะคะ

ความแก่

ความแก่หง่อม ย่อมทุลัก ทุเลมาก
ดั่งคนบอด ข้ามฟาก ฝั่งคลอง,หา
วิธีไต่ ไผ่ลำ คลานคลำมา
กิริยา แสนทุลัก ทุเล แลฯ

ถ้าไม่อยาก ให้ทุลัก ทุเลมาก
ต้องข้ามฟาก ให้ถึงทั่ว ก่อนตัวแก่
ก่อนตาบอด หูหนวก สะดวกแท้
ตรองให้แน่ แต่เนิ่นๆ รีบเดินเอยฯ

พุทธทาสภิกขุ

มองแต่แง่ดีเถิด

เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริงฯ

พุทธทาสภิกขุ

     บทความเก่าที่เคยลงไว้ในหน้าเว็บนี้ ตอนนี้เอาไปเก็บไว้ในบล็อก เรื่อง ซากุระบานที่เกียวโต ส้วมแสนสบาย และแนะนำหนังสือเล่มก่อน หาอ่านได้ใน บล็อกของศรีสุรางค์ นะคะ

      และสำหรับใครที่อยากฟังเพลงบรรเลงเดี่ยวเปียโน ในเรื่องดารกากลางใจ ครึ่งหลัง ที่นายรอนเล่น(ตอนอกหัก) ฟังได้ที่นี่ค่ะ
http://www.serg.vangennip.com/www/piano.html
เลื่อนลงมาที่ Ferenc (Franz) Liszt  เพลงชื่อ Nocturne nr3 Liebestraume คลิ๊กที่ Listen ค่ะ

ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะคะ

^ ^

ศรีสุรางค์







Product Image
วินธัย
Price 312 บาท
Product Image
ธาราน้ำผึ้ง
Price 150 บาท
Product Image
ดารกากลางใจ
Price 115 บาท

Warning: Unknown(): open(temp/sess_ee7d592a2c15a52b8a5f733a691891e9, O_RDWR) failed: No such file or directory (2) in Unknown on line 0

Warning: Unknown(): Failed to write session data (files). Please verify that the current setting of session.save_path is correct (temp) in Unknown on line 0